แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สงสัย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

thumbnail

สงสัยว่า กลัวผีทำไม 2

สงสัยว่า กลัวผีทำไม 2
การตายก็เท่ากับการที่เราจะไม่ป่วย ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตายซ้ำ ถ้าอย่างนั้นก็มะโนแจ่มไปเลย ตายตอนหนุ่ม ก็เป็นหนุ่มตลอดกาล แล้วจะจีบผีสาวได้ไหม เลิกกันก็เมื่อไหร่ผีสาวก็ไม่หนีไปผูกคอตายหรือไปกระโดดแม่น้ำตายแน่ๆ หรือถ้าใครมีชู้ก็ไม่ตามไปไล่ยิงกัน เพราะไม่มีปืนผี คือ ถ้ามีปืนผีได้ ก็ต้องมีระเบิดผี รถถังผี เครื่องบินรบเอฟ16ผี นิวเคลียร์ผี และก็เกิดสงครามโลกผี ตายเป็นผีซ้อนผี (ไม่จบ)
ไม่ป่วย เพราะผมไม่เคยได้ข่าวว่ามีผีเป็นมะเร็งขั้นสุดท้ายนอนรอวันตาย(จะตายไปถึงไหน ก็ตายอยู่แล้วนี่นา) แต่ก็ไม่แน่ เพราะคนที่ป่วยตายจากโรงพยาบาลก็อาจจะมานอนป่วยต่อในตอนที่เป็นผีหรือเปล่า ลุกไม่ขึ้น ก็ต้องให้ผีที่เป็นหมอมารักษา(อย่าลืมจ่ายค่ายาค่ารักษาด้วย) แต่เชื่อเถอะผีหมอก็คงช่วยอะไรไม่ได้เพราะไม่มีเครื่องฟอกไต เครื่องให้ออกซิเจนและเครื่องมือแพศย์อื่นๆที่ผมไม่รู้จัก และที่สำคัญไม่มียาที่รักษาโรคเฉพาะทาง(หู คอ จมูก ปาก) ซึ่งถ้าคุณไปโรงพยาบาลก็จะเห็นห้องยาใหญ่โต อย่างง่ายๆดูจากร้านหมอตี๋ตามปากซอยแถวบ้านคุณก็ได้ คุณก็จะเห็นตัวยามากมายหลายชนิดที่มีอยู่ ซึ่งคงมีแต่ยาแก้ไข้แก้ปวดยาสามัญประจำบ้านที่ญาติโยมถวายให้พระก็อาจจะมีไปถึงโลกหลังความตายได้และคุณทำไงดีล่ะที่นี้ถ้าคุณเป็นเบาหวานจะมีใครส่งยามาให้ไหม และถ้าการตายแล้วหายป่วยทันที ก็จะรออะไรล่ะ เพราะป่วยตอนมีชีวิต มันเจ็บปวดไปทั้งตัวแถมค่ายาค่ารักษาที่ต้องจ่ายกันอีกเพียบ จะต้องรอให้ญาติขายบ้านขายรถมาจ่ายค่ายาค่ารักษาอยู่หรือเปล่า เพราะตาบปุ๊บหายป่วยปั๊บ
ไม่แก่ ก็อย่างตำนานผีบางท่านที่คนยังคงกราบไหว้ขอโชคลาภกันอยู่ ซึ่งถ้าผีจะแก่ได้ ป่านนี้ท่านคงจะอายุเข้าไปเท่าไหร่แล้ว คงจะเดินเหินลำบากน่าดู ฟันฟางก็คงจะไม่ค่อยมีแล้ว และคนไปไหว้ก็อย่าลืมนำเครื่องเซ่นไปให้ท่าน ก็ควรจะเป็น ข้าวต้ม ขนมอ่อนๆ และน้ำเต้าหู้ ก็น่าจะดี และถ้าผ่านไปอีกร้อยหรือสองร้อยปีจะแก่ไปถึงไหน อย่างตอนเป็นคนนี่อายุเกินร้อยปีก็เรียกได้ว่าเดินเหินแทบไม่ไหวแล้วหูตาก็ไม่ค่อยจะดีแล้ว การตายก็จะได้หมดทุกข์หมดโศกซะที แต่ถ้าเป็นผี แล้วมีการเกิดแก่ เจ็บ ไม่ตาย(ซ้ำ) ขึ้นมา ก็คงจะลำบากน่าดูอยู่ไปก็แก่ ตายก็ตายไม่ได้ (กลุ้ม...) หรือถ้าตายไปแล้ว นึกอยากจะไปที่ไหน ก็หายตัวไป ก็จะรออะไรอีกล่ะ ไม่ต้องเสียค่ารถค่าเครื่องบิน ตรงดิ่งไปที่ โรงถ่ายภาพยนตร์เอวีที่ญี่ปุ่นโลดดดด...

ไม่เจ็บ ถ้าเจอผีนักเลงแล้วทำอย่างไร ก็ในเมื่อคุณเป็นคนอ่อนแอตอนที่เป็นคน อยู่ คุณกลัวนักเลงเพราะสู้มันไม่ได้ตัวมันใหญ่กว่าเดี๋ยวมันจะกระโดดเตะก้านคอตาย หรือตอนเป็นคนมีโจรถือปืนมาปล้น คุณก็ต้องยอมให้มันทุกอย่างเพราะกลัวตาย แต่ที่นี่คุณเป็นผีไปแล้วนี่ คุณจะไปกลัวอะไร เพราะยังไงมันก็ไม่มีปืนมายิงคุณตายซ้ำสองหรอก แต่ถ้าจะชกกัน ผมก็ยังสงสัยว่าจะชกกันยังไง เพราะตัวเองเป็นวิญญาณโปร่งแสงทั้งคู่จะชกกันถูกหรือ แล้วอีกอย่างมันจะมาปล้นอะไร เพราะคุณไม่มีสมบัติอะไรติดตัวอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆแล้ว เสื้อผ้าก็ไม่น่ามีติดตัวมาด้วยในตอนตาย คือถ้าคุณมีเสื้อผ้าติดตัวมาได้คุณก็น่าจะนำมือถือใส่กระเป๋าเสื้อมาด้วยได้ เอาไว้โทรหาผีกิ๊กว่าเดี๋ยวจะไปหาไม่ต้องกลัวเมียเจอ เพราะคุณเป็นผีไปแล้วเมียคุณยังไม่ได้ตายด้วยนี่(หรือเมียคุณจะหึงมากกลัวตายไปแล้วจะมีชู้ เธอเลยตายตาม มันก็ไม่ใช่) และถ้านำข้าวของมาได้ตอนตาย เมรุ คงไม่พอใส่แน่ๆ เพราะญาติๆที่อยู่ก็คงใส่ ทีวี ตู้เย็น ฯลฯ ส่งมาให้คนตายอีกเพียบ 

วันพฤหัสบดีที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

thumbnail

สงสัย วิศวกร ยิงเด็กวัยรุ่นเสียชีวิต

เรื่องร้อนในวงการข่าวโซเชี่ยนอีกเรื่องหนึ่งที่มีคนมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากและแพร่หลายไปทั่วหลากหลายเว็บไซต์ เรื่อง วิศวกร ยิงเด็กวัยรุ่นเสียชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่เด็กวัยรุ่นจะถูกโจมตีอย่างหนักว่าสมควรแล้วที่โดนยิงจนเสียชีวิต

แต่สำหรับผม จากการดูคลิปแรก ก็รู้สึกว่า 50/50 เพราะเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดของทางราชการที่ติดอยู่บริเวณสี่แยก ซึ่งไกล ไม่ชัด และไม่มีเสียง ซึ่งชาวบ้านหลายคนก็พูดเรื่องกล้องของทางราชการนี้ว่า “กล้องตามถนนนี้ส่องให้รู้ว่า สิ่งมีชีวิตที่เดินไปมาอยู่ในกล้องนั้นเป็นคนหรือลิง(บางคนก็พูดแรงกว่านั้นว่า แค่ให้รู้ว่าเป็นคนหรือ...” ซึ่งจากที่ผมได้เห็นคลิปนี้ ก็เลยสรุปตามสิ่งที่ได้เห็น ว่า 50/50 ถูกผิดทั้งคู่ เพราะคนดูไม่รู้สาเหตุที่เกิดเรื่องอย่างแท้จริง

คลิปที่สอง ที่ถูกเผยแพร่ออกมาในเรื่องเดียวกันนี้ เมื่อได้เห็นและได้ยิน เพราะเป็นคลิปจากกล้องรถของคุณวิศวกรเอง ภาพชัดเสียงใส และได้ยินเสียงหลายอย่างจนกระทั่งเกิดเสียงปืนดังขึ้นและเสียงในเหตุการณ์ต่อจากนั้นอีกเล็กน้อย ใจผมก็เทไปข้าง วิศวกรว่าทำไปไม่เกินกว่าเหตุแม้จะมีคนเสียชีวิต และเป็นการรุมทำร้ายเข้ามาหาเรื่องของกลุ่มวัยรุ่น คุณวิศวกรก็เลยยิงปืนป้องกันตัวออกไปจนมีคนเสียชีวิตตามที่เป็นข่าว ซึ่งมีหลายคนที่รู้จริงรู้ไม่จริงก็เอนเอียงไปในทางที่คุณวิศวกรยิงปืนออกไปนั้น เป็นเหตุป้องกันตัวและครอบครัว ซึ่งตัวคุณวิศวกรเองอาจจะไม่ต้องรับผิดชอบอะไรมากมายนัก

แต่พอมาคลิปที่สามนี่เอง ที่ตัดสินเรื่องราวแทบทั้งหมดได้เพราะเหตุเกิดตั้งแต่หน้าตลาด ซึ่งเป็นการโต้เถียงกันเรื่องการจอดรถและเริมมีปากเสียถึงขั้นด่าทอกัน ซึ่งในคลิปก็เป็นคลิปจากกล้องหลังรถและกล้องหน้าของคุณวิศวกรนั้นเองและการเริ่มขับรถของกลุ่มวัยรุ่นจนถึงสามแยกที่เป็นจุดจบของเรื่องราวซึ่งเป็นเหตุเกิดการยิงกันขึ้นจนมีคนเสียชีวิต

จากความคิดของผมเองว่า  ถ้าคุณวิศวกรในเย็นนิดเดียว เพียงแค่นิดเดียวที่มีรถตู้ของวัยรุ่นจอดขวางทางออกอยู่เพียงแค่นาทีเดียวที่รถตู้ของวัยรุ่นจอดอยู่ถ้าคุณวิศวกรหันไปเล่นกันหลาน คุยกับเมีย พูดกับแม่ ที่อยู่ในรถของตน ยังไม่ทันหันกลับมาพวกวัยรุ่นพวกนี้ก็ซื้อของเรียบร้อยไปแล้ว (แต่นาทีนั้นไม่มีใครเดาออกว่าพวกวัยรุ่นจะใช้เวลาจอดรถนานเท่าไหร่) แล้วก็ขับรถออกไปเรื่องก็จบ เพียงนั่งรอแค่นาทีสองนาทีเรื่องจบ แต่มันก็กลายเป็นปัญหาที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดคุณวิศวกรอาจจะต้องเสียเวลาทั้งชีวิตทั้งหน้าที่การงานได้ด้วยถ้าศาลมีคำพิพากษาว่าคุณวิศวกรผิดจริงและตัวเด็กวัยรุ่นคนนั้นก็หมดโอกาสที่จะมีชีวิตต่อไป ครอบครัวและเพื่อน ที่เสียเด็กคนนั้นไป ใครจะว่าเด็กคนนั้นไม่ดีแต่กับครอบครัวและเพื่อนของเขายังไงก็ต้องมีส่วนดีอยู่บ้างอย่างแน่นอน
สรุปซึ่งการที่มีคนตายก็ต้องมีใครรับผิดชอบกันบ้างเพราะจากข้อหาที่ดูว่าคุณวิศวกรป้องกันตัว อาจจะกลายเป็นการทะเลาะวิวาทซึ่งตัวคุณวิศวกรก็อาจจะต้องรับโทษเพิ่มมากกว่าการป้องตัว ด้วยเหตุนี้ การย้อนเวลากลับได้จึงเป็นที่ต้องการของใครหลายคนหรือของทุกคนก็เป็นได้เพราะทุกคนน่าจะมีสิ่งที่ทำอะไรผิดพลาดกันในอดีตอย่างแน่นอน ซึ่งผมก็เชื่อว่าต้องมีกันทุกคนเรื่องความผิดพลาดในอดีต หนักบ้างเบาบ้างเป็นธรรมดาของแต่ละคน รวมทั้งตัวผมเองด้วยก็ไม่มีข้อยกเว้นเช่นกัน. (อ่านนิยาย “ปริศนาข้ามลิขิตสวรรค์”)

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

thumbnail

สงสัยว่า กลัวผีทำไม 1

สงสัยว่า กลัวผีทำไม 1
ผมเคยเจอคนแก่อายุมากแล้วคนหนึ่ง เขากลัวผี ผมก็ถามกลับเขาไปคำเดียวว่า “แล้วถ้าคุณตายไป คุณไม่ใช่ผีหรือ”ถ้าคุณ กลัวงู หนู แมลงสาป แมงมุม ตุ๊กแก ฯลฯ การที่คุณไม่เข้าไปอยู่ในป่า เขา ลำเนาไพร หรือในที่เสี่ยงที่จะเจอ คุณก็ไม่น่าที่จะเจอพวกมัน และถ้าคุณย้ายไปอยู่คอนโดฯสูงๆ นี่ งูเห่าจะตามไปกัดไหม ยกเว้นงูเลี้ยงที่อยู่ข้างห้องคุณที่หลุดจากกรงเลือยผ่านระเบียงหลังห้องเข้ามาก็อีกเรื่องหนึ่ง คุณเลี่ยงได้ หนีได้ แต่ความตายละ คุณจะหนีหรือจะหลีกเลี่ยงได้ไหม? ยังไงก็ต้องตายเข้าสักวันอย่างแน่นอน

ใช่ คุณหนีความตายไม่ได้ และยังไงก็ต้องเจอเข้าสักวัน และเมื่อคุณตายคุณก็ต้องกลายเป็นผี แล้วคุณจะกลัวผีทำไม เพราะเท่ากับว่าคุณกลัวตัวเองหรือ? ก็คุณก็เป็นผีเหมือนกันนี่ แล้วคุณจะหนีไปไหนละ เพราะคุณก็ผีที่เห็นๆกันอยู่รอบๆตัวคุณนี้ ก็ผีทั้งนั้น หรือว่าคุณจะกลับกลายมากลัวคนแทนก็ใช่ที่
และการตาย ผมก็ยังไม่เคยตายเลยไม่รู้ว่า ตายแล้วจะไปไหน ถามจากคนเฒ่าตนแก่ก็บอกว่าทำดีได้ไปสวรรค์ ทำชั่วได้ไปนรก (อันนี้ก็ละไว้ในฐานที่เข้าใจเพราะเถียงกันให้ตายก็ไม่มีข้อพิสูจน์อะไรให้เป็นจริงขึ้นมาจนกว่าจะตายจริงๆ) หรือกลายเป็นวิญญาณล่อยลอยไปเรื่อยๆ ซึ่งเวลาที่ผมไปงานศพใคร ก็ได้ยินผู้ที่มาไหว้ศพจะพูดกับผู้ตายเป็นส่วนใหญ่ว่า “ไปที่ชอบๆนะ” ผมก็ยังนึกว่า ถ้าผมตายเป็นวิญญาณหรือผีที่ว่ากัน แล้วล่อยลอยไปเรื่อยๆ และจะได้ไปที่ชอบๆ เฮ้ย!!!...
ไปที่ชอบๆ ของผมก็บ้านดาราอย่างเช่น บ้านคุณอั้ม บ้านคุณชมพู่ หรือน้องอกโตทั้งหลายเข้าไปนั่งส่องกันในห้องน้ำกันให้เบื่อไปเลย แล้วผมเชื่อว่าไม่ใช้ผมคนเดียวที่หื่น วิญญาณตนอื่นๆก็ต้องมีหื่นๆแบบผมอย่างแน่นอนเพราะถ้าผมไปได้ ตนอื่นก็ไปได้ ป่านนี้ บ้านหนุ่มหล่อ บ้านสาวสวย ก็เต็มไปด้วยผีเพียบเต็มไปหมด แม้จะเข้าไม่ได้เพราะเจอเจ้าที่ผมก็เชื่อว่าก็คงยืนกันเต็มหน้าบ้านหยั่งกับมีการชุมนุมเสื้อเหลืองเสื้อแดงแถม กปปส.อีกกลุ่มเป็นแน่แท้ทีเดียว งานนี้การจราจรติดขัดต้องมี ผีตำรวจ ผีจราจร ผีทหาร ผีปราบจลาจล แถมผีมูลนิธิฯ รอเก็บอะไรละ เพราะจะมีผีที่เป็นลมตายเพราะการชุมนุมที่แออัดไปหรือเปล่า?
และ ”ไปที่ชอบๆ” อีกอย่างของผมก็โรงหนัง ซึ่งที่ตอนผมเป็นคนต้องเสียเงินกันหลายตังส์ แต่พอเป็นผีก็เดินผ่านฉลุยแต่ซื้อ ป๊อบคอนเข้าไปกินระหว่างดูหนังด้วยไม่ได้ (เสียดายจุง...) แต่ก็มีคนแย้งมาว่า เดี๋ยวก็เจอ พระภูมิเจ้าที่ของโรงหนังหรือหน้าห้างฯ เหนี่ยวเอา  อืม...ถ้ามีผีก็ต้องมีเทพฯละนะ (อดไปเบย...) โอเค...งั้นนั่งเครื่องบินไปเมืองนอกล่ะกัน โรงหนังเมืองนอกไม่มีศาลพระภูมินี่ หรือใกล้ๆนี่ก็ประเทศญี่ปุ่นก็พอ โรงถ่ายหนังเอวี ที่เดียวจบ...

แล้วต่อไปก็เรื่องกิน จะกินก็ต้องให้ญาติใส่บาตรถวายพระส่งมาให้ โอเค ญาติเราแสนดี ชอบทำบุญใส่บาตรแทบทุกวันอยู่แล้วตัวเราไม่อดตายแน่ และอีกอย่าง ถ้าเราไม่มีญาติใส่บาตรไปให้ แล้วเราจะหิวตายไหม เรียกว่าตายซ้ำตายซ้อนหรือ แค่ทรมานเหมือนตอนที่เป็นคนที่หิวข้าวแต่ไม่มีกิน แต่ยังไงก็ช่าง...หิวเท่าไหร่ก็ไม่ตาย เพราะ (ตรูตายแล้วนี่หว่า...) ซึ่งก็สงสัยต่อไปว่า แล้วผีฝรั่ง ผีมุสลิม กินอะไรล่ะ เพราะเขาไม่มีการใส่บาตร จะกินทางไหนใครจะส่งให้กิน หรือโดยผ่านทางอะไร?

วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2560

thumbnail

สงสัย สินบนโรลสรอยซ์

ผมได้อ่านข่าวว่ามีการกล่าวอ้างจากบริษัท โรลสรอยซ์ ว่ามีการจ่ายสินบนให้กับ 3 หน่วยงานของรัฐซึ่งอยู่ในช่วงปี 2534-2548 รวม 3 ครั้ง ซึ่งก็ผ่านมาในหลายรัฐบาล ซึ่ง ตามข่าวก็อ้างอิงกับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องว่า นอกจากการบินไทยที่เป็นผู้สั่งซื้อแล้ว ท่าอากาศยานไทย กับ คณะรัฐมนตรีต้องยินยอมในการสั่งซื้อด้วย  และได้พุ่งประเด็นไปยังนายกรัฐมนตรีบางท่านเพียงคนเดียวอย่างเจาะจง จึงสงสัยว่าแล้วนายกท่านอื่นๆที่อยู่ในช่วงเวลาแห่งการจ่ายสินบนในงานนี้มีนายกท่านใดบ้าง จึงขอรายงานให้ทราบโดยทั่วกัน

ครั้งแรกจ่ายไป 18.8 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 660 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2534-30 มิถุนายน 2535
ครั้งที่สองจ่ายไป 10.38 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 364 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2535-31 มีนาคม 2540
ครั้งที่สามจ่ายไปอีก 7.2 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 252 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2547-28 กุมภาพันธ์ 2548

แต่ข่าวที่ว่ากับพุ่งประเด็นมาที่นายกในช่วงที่ 3 ซึ่งในขณะนั้น ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงที่สามคือ คุณทักษิณ ชินวัตร คือในปี 2547 และไม่ได้กล่าวถึง นายกอีกสองท่าน ผมก็เลยนำมาเขียนเพื่อให้ทราบว่า อีกสองท่านเป็นใคร

ครั้งแรกจ่ายไป 18.8 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 660 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2534-30 มิถุนายน 2535
ก็คือนายกรัฐมนตรีคนที่ 18 คุณอานันท์ ปันยารชุน ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2534 - 7 เมษายน พ.ศ. 2535
และนายกรัฐมนตรีคนที่ 19 พลเอก สุจินดา คราประยูร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 7 เมษายน พ.ศ. 2535 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2535

ครั้งที่สองจ่ายไป 10.38 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 364 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2535-31 มีนาคม 2540 ซึ่งใช้เวลาเวลาถึง 5 ปี ในช่วงนี้ และ ผ่านไปในอีกหลายรัฐบาล ก็คือ
ก็คือนายกรัฐมนตรีคนที่ 19 พลเอก สุจินดา คราประยูร ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ 7 เมษายน พ.ศ. 2535 - 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2535
คุณมีชัย ฤชุพันธุ์ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 - 10 มิถุนายน พ.ศ. 2535 (รองนายกรัฐมนตรี รักษาการในตำแหน่ง เมื่อนายกคนที่ 19 ลาออก)
นายกรัฐมนตรีคนที่ 18 คุณอานันท์ ปันยารชุน 10 มิถุนายน พ.ศ. 2535 - 23 กันยายน พ.ศ. 2535 (กลับมาดำรงแหน่งในฐานะรัฐมนตรีเพราะเหตุการณ์วุ่นวานในบ้านเมืองในเวลานั้น)
นายกรัฐมนตรีคนที่ 20 คุณชวน หลีกภัย 23 กันยายน พ.ศ. 2535 - 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538
นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 คุณบรรหาร ศิลปอาชา 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2538 - 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
นายกรัฐมนตรีคนที่ 22 คุณพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 - 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540

ครั้งที่สามจ่ายไปอีก 7.2 ล้านดอลลาร์ ประมาณ 252 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2547-28 กุมภาพันธ์ 2548
นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 คุณทักษิณ ชินวัตร 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 - 11 มีนาคม พ.ศ. 2548

ซึ่งการจ่ายสินบนจะเป็นใครบ้างในเวลานี้ข่าวไม่ได้แจ้ง เท่าที่ทราบการที่การที่คนกล่าวอ้างว่านายกรัฐมนตรีรู้เห็นในการจ่ายสินบนโรลสรอยซ์ นั้นไม่น่าเป็นไปได้เพราะคณะรัฐมนตรีเป็นเพียงแค่ผู้ค้ำประกันในการสั่งซื้อเครื่องบินเหล่านั้นเพราะอย่างแรกการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติและเป็นรัฐวิสาหกิจรัฐบาลมีส่วนร่วมในการปันผลกำไรขาดทุนกับการดำเนินงานนี้ด้วย และการจัดซื้อเครื่องบิน รัฐก็เปรียบเหมือนกรรมการผู้บริหารซึ่งต้องลงนามรับรู้และรับผิดชอบในหนี้สินที่เกิดขึ้นด้วย ซึ่งการสั่งซื้อเครื่องบินต้องผ่าน ครม. ลงมติในสภาผู้แทนราษฎรซึ่งก็ต้องมี สส. ยกมือสนับสนุนด้วย ซึ่งการติดสินบน รัฐบาลทั้งคณะคงเป็นได้ยากแต่ก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ด้วยการพลิกแพลงของคนซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ ว่าใครในรัฐบาลมีส่วนรับเงิน สินบนโรลสรอยซ์ หรือ ไม่ได้รับอะไรเลยก็อาจะเป็นได้ แต่ผู้ที่รับเงินไต้โต๊ะตามที่ บริษัทโรลสรอยซ์ กล่างอ้างนั้นน่าจะมีแน่ๆ แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะ บริษัทโรลสรอยซ์ ไม่ได้บอก


สรุปว่างานนี้ผมเพียงแค่สงสัยว่า ช่วงที่มีการจ่ายสินบน ผ่านนายกมากี่คนที่มีใครบ้าง ซึ่งข่าวไม่ได้บอกรายละเอียดทั้งหมดก็เลยนำมาเรียบเรียงกันใหม่เพื่อทราบโดยทั่วกัน

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2560

thumbnail

สงสัย ครูแพะ

“คุณมีสิทธิที่จะไม่พูด เพราะคำพูดของคุณทุกคำจะใช้เป็นพยานในชั้นศาล”

หนังฝรั่งเวลาจับคนร้ายได้ในขณะทำผิดจะพูดแบบนี้ หรือถ้ามีหมายศาลมาก็จะพูดแบบนี้เหมือนกัน อันนี้คือหนังสร้างเพื่อความบันเทิง แต่ชีวิตจริงคนที่ทำผิดจริง เขาจะรีบขอปฏิเสธไว้ก่อนทันทีแล้วถ้ามีสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในมือก็ต้องรับทิ้งให้ห่างจากตัว ต่อให้ตำรวจตามเก็บได้ก็จะบอกว่า
”ไม่ใช้ผม ผมม่ายยยย....ผิด”
ยิ่งถ้าคุณไม่ได้ทำผิด ยิ่งต้องรีบขอปฏิเสธทันทีว่า คุณไม่ได้ทำ
จากกรณี ”ครูแพะ” ผมไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ตำรวจส่งจดหมายเรียก ไม่ใช่หมายจับ นั่นหมายถึงว่าคุณยังไม่ผิดเพราะครูไปพร้อมกับสามีและทนายความ ซึ่งที่เธอน่าจะในการกับตำรวจก็คือ “ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แล้วอาจจะมีการประกันตัวออกไปหรือเปล่า ข่าวไม่ได้แจ้ง

สิ่งที่จะต้องทำต่อจากนั้นคือ
หาพยานรู้เห็นว่าเธอและรถอยู่ที่บ้านในวันและเวลาเกิดเหตุ น่าจะมีคนเดินผ่านบ้านเธอและเห็นรถเธอจอดอยู่บ้าง คนข้างบ้าน แถวบ้านแม่ค้าหาบเร่แผงลอยอาจจะมีใครเห็น ซึ่งเธออาจจะประกาศหาคนแถวนั้นเพื่อมาให้เป็นพยานตั้งแต่ศาลชั้นต้นเลย ว่าเวลานั้นรถเธอจอดอยู่ที่บ้านไม่ได้ไปไหน ซึ่ง ตัวเธอจะมีคนเห็นหรือไม่เห็นก็แล้วแต่ เพียงแต่รถยนต์มันอยู่บ้านในเวลาเกิดเหตุก็จบ เพราะสิ่งที่ทำให้คนเสียชีวิตคือ รถ ที่ชน ส่วนเธอจะอยู่บ้านหรือไม่อยู่บ้านก็ไม่ใช่ปัญหา
แล้วมีพยานที่เห็นเหตุการณ์ มาแถลงต่อศาลว่า เป็นผู้ชายขับ หรือ ไม่แน่ใจอะไรก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่า ครูแพะหลุดคดีแน่นอน สิ่งสำคัญคือรถต้นเหตุที่ว่าอยู่บ้านในขณะเกิดเหตุ

แล้วผู้ชายที่ออกมารับสารภาพในเวลานี้ ไม่รู้ว่าจะออกมาทำไมให้เปลืองตัว เพราะ ครูแพะก็ติดคุกไปแล้ว พึ่งจะมีคุณธรรมสูงส่งในบัดนี้ ญาติผู้ตายก็ไม่เคยเรียกร้องอะไรให้นำคนร้ายตัวจริงมาลงโทษก็เปล่า ได้รับเงินเป็นการเยียวยาก็จบไปแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำมาหากินกันต่อไป ตามวิถีทางของตนเอง ซึ่งถ้าชายที่อ้างตัวว่าขับรถชนคนตายนั้นไม่ออกมาเปิดเผยตัว เรื่องก็จบ ตำรวจไม่มาสนใจ ญาติผู้ตายก็ไม่สนใจ เพียงแต่ว่า “เพื่อนครูแพะ” สนใจ ออกตามล่าหาความจริงว่าใครเป็นคนขับรถชนคนตายแล้วหนีไป ซึ่งเป็นเรื่องดี ที่เพื่อนครูเอาใจใส่รักและห่วงใยเพื่อนครูด้วยกัน แต่ข้ามหน้าข้ามตาสามีและลูกหลานมากไปไหม ลูกผัวเขายังไม่ออกหน้ามาหาความจริงอะไรเลย และอีกอย่างการสืบหาตัวคนร้ายอะไรประมาณนี้
อย่างแรกก็คือ ยากมาก(ถ้าง่ายๆน่าจะไปช่วยราชการตำรวจคนหาคนร้ายจะไปเป็นประโยชน์กับชาวบ้านทั่วไปได้อีก)
อย่างที่สอง คือต้องพอมีเงินอยู่บ้างการออกติดตามหาคนร้ายอะไรประมาณนี้น่าจะต้องใช้เงินอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ซึ่งน่าจะไปสมัครเป็น อ.ส. ช่วยกรมตำรวจจริงๆหาหาตัวคนร้ายได้ในงบประมาณที่ต่ำเอามากๆ จะได้มีเงินติดตามคนร้ายได้หลายคดี ประเทศชาติจะได้ดีขึ้นกว่านี้

อย่างที่สาม ถ้าผมต้องเป็นแพะติดคุกแทนใคร ผมก็ต้องเกิดการ ไม่แค้นก็อาฆาตมั่งล่ะ ก็อย่างที่เห็นถ้าผมรับราชการในตำแหน่งที่เงินเดือนสามหมื่นกว่าแบบนั้น กับต้องมาติดคุกเพราะแกหนีคดี ไอ้ตัวเงินเดือนที่ไม่ได้รับจากการเป็นครูนั้นก็มากพออยู่แล้ว ต้องขาดอิสรภาพ ต้องไปนอนแออัดอยู่กับนักโทษด้วยกันเป็นปีแบบนั้น ผมยอมรับว่าถ้าเจอหน้าคนที่หนีคดีนั้น ขอ... ด่าซักหน่อยเถอะ แต่นี่คุณครูผู้ใจดีกลับไม่แค้นเคืองคนที่ทำให้ตนเองต้องติดคุกไปเป็นปีแบบนี้เลยหรือ ประเสริฐแท้น่าจะบวชชี

วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2559

thumbnail

สงสัย business-เซียนหุ้น มือโปรฯ

business-เซียนหุ้น มือโปรฯ
คือสงสัยว่า เขามีการเปิดอบรม จัดสัมมนา การซื้อขายหุ้นทำไม โดยผู้พูด ผู้สัมมนานั้นล้วนแต่เก่งกล้าสามารถในการทำกำไรใน ตลาดหุ้นกันดีอยู่แล้ว คือในการ สัมมนา นั้น ผมไม่เคยไปฟัง ไปดู แต่เท่าที่เห็นในรายการทีวี พวกเขาจะพูดถึง แนวโน้มการตลาด ว่า เดือนนี้ เดือนหน้า ปีนี้ ปีหน้า หุ้นไหนจะดี หุ้นไหนจะล่วง ซึ่งเป็นการคาดการณ์แน่นอนโดยอาศัยวิชาการอะไรบ้างอย่างที่ผมหรือบุคลอื่นโดยทั่วไปไม่อาจจะรู้ได้

                ซึ่งถ้าเป็นเซียนหุ้นจริง ที่ทำกำไรได้ในตลาดแบบนี้ คงไม่เสียเวลามานั่งพูดนั่งอบรมแบบนี้เปลืองค่าห้องประชุม ท่านควรจะให้สมาชิกจ่ายเงินให้ท่านปีละกี่หมื่นกี่แสนก็ว่ากันไป แล้ว สมาชิกทุกคน ซื้อและขายหุ้นตาม เพราะท่านคือเซียนหุ้น ได้กำไรจากการซื้อขายหุ้นอย่างแน่นอน ท่านได้กำไร สมาชิกทุกท่านก็ได้กำไร ทำไมท่านต้องไปนั่งพูดจาคุ้มเครือให้ปวดหัว ว่า หุ้นก่อสร้างจะดีนะ แล้ว มันหุ้น บริษัทอะไรล่ะ มีตั้งหลายบริษัท ถ้าไม่ได้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ หรือ เป็นคนใกล้ชิดกับเจ้าของบริษัทนั้นๆ อาจจะเจอหวยรวยสิบล้านหรือฟุบหมดตัวเพราะบริษัทนั้นล้มละลายแม้จะอยู่ในกลุ่มหุ้นที่พากันทะยานขึ้นตามที่มือโปรฯ บอก ซึ่งเอาง่ายๆ ซื้อและขายหุ้นตามมือโปรฯนั้นเลยดีกว่า ท่านขายหุ้นตัวไหน ผมก็ขายตามท่าน ท่านซื้อหุ้นอะไรผมก็ซื้อตามท่านไป ไม่ต้องมานั่งเกร็งว่าจะพุ่งหรือจะฟุบ ท่านกำไร ผมก็กำไร ท่านขาดทุนผมก็เป็นเหมือนท่าน (ว่าแต่เซียนหุ้นมือโปรฯขาดทุนได้อย่างไร? ซึ่งท่านบอกชาวบ้านเองว่าท่านเก่ง)

วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2559

thumbnail

สงสัย ดารา เอวี

คือ นั่งดู youtube.com คลิปหนึ่ง ก็เจอ สาวไทย นมใหญ่ ขาว สวย โชว์เนินอก นุ่งสั้น เห็นกางเกงในชัดเจน สีเหลืองเลยทีเดียวเชียว
1.       “ไม่อาย” เธอพูดไม่อายเลยว่า เธอมาเซ๊นสัญญาแสดงหนัง เอวี โดยไม่แคร์สื่อ
2.       “อยากรวย” ทำไมเธอไม่แสดงหนัง ละคร ธรรมดาที่ไม่เปลืองตัว อย่าง อั้ม หรือ ชมพู่ ก็รวยน่าดู ซึ่ง สาว เอวี คนนี้หน้าตาก็จัดอยู่ในขั้น สวยมากด้วย
3.       “ชอบเรื่องบนเตียง”เธอชอบเรื่องบนเตียงหรือ (ก็ลับหลังก็ว่ากันไป เท่าไหร่เท่ากัน ทำไมต้องโชว์)
4.       “หาสามีไม่ได้” หาแฟน คนดูแล หรือ สามีไม่ได้หรือ (ไม่น่าจะ ขี้เหร่กว่านี้ก็มีสามีกันเยอะแยะ สวยกว่าเมียผมอีก)
5.       “ไม่ขอบผูกพัน” แต่จะมีไปเรื่อยๆหรือ แล้วแก่ตัวไปจะเป็นอย่างไร ใครจะเลี้ยงดู
6.       “ไม่อยากมีลูก” มีครอบครัวก็ต้องมีลูก ก็ไม่ว่ากันถ้าไม่ชอบเด็ก
7.       เธอจะไปคิดบ้างไหมว่า หนัง เอวี ที่เธอ จะไปแสดง อาจจะไมใช่ เรื่องบนเตียง หนึ่งต่อหนึ่ง ที่ดูธรรมดา แต่จะเป็น โหด หื่น ข่มขืน อย่างไร้ปราณี แถมติดโรคร้ายไปด้วย
8.       ประเทศไทยไทย ยังไม่เปิดใจเรื่องของ หนังเอวี ซึ่งแม้ญี่ปุ่นเอง ที่ยอมรับ และมีบริษัทสน้างหนังเอวี แต่ก็ยังคุมไม่อยู่ มี ข่มขืนจริง เจ็บจริง เป็นโรคจริง ตายจริง และ ไม่ได้เงินตามที่ตกลงกันจริง ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ เธอจะทำอย่างไร
9.       ท้ายสุด ทั้งหมดเธอพูดเล่นเพื่อโปรโมทตัวเอง เป็นเมียเก็บของ เจ้าสั่ว โอเค เลย ไม่ผูกพัน ไม่มีลูก (เจ้าสั่วไม่ต้องการให้ลูกของเธอ มาแย่งมรดกกับลูกหลานตัวจริง)

“สงสัย” บทสรุปของสาวคนนี้จะเป็นอย่างไร จะจบอย่างไร ผมคงไม่อาจจะรู้ได้ เพียงแค่สงสัยว่า คนแบบนี้มีอยู่จริง เป็นสิ่งที่ผมคิดไม่ถึงว่ามีจริง

About

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.